แสงกับการถ่ายภาพ มือใหม่จะต้องรู้

วันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของแสงกันว่ามีความสำคัญอย่างไรกับการถ่ายภาพของเรา แสงมีกี่ประเภท มีทิศมาจากทางใหนบ้าง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากสำหรับมือใหม่ต้องเรียนรู้ไว้

ประเภทของแสง

แสง นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการถ่ายภาพ ถ้าไม่แสงเราก็ไม่สามารถถ่ายภาพได้ เพื่อนๆ ก็ลองนึกถึงการถ่ายภาพตอนกลางคืนมืดๆ ไม่มีแสงไฟ โดยไม่ใช้แฟลช ลงคิดดูว่าภาพจะออกมาอย่างไร แน่นอนคงไม่เห็นอะไรในถาพที่ถ่ายออกมา นอกจากความมือสนิท เราสามารถแบ่งประเภทของแสงโดยแบ่งจากแหล่งกำเหนิดของแสงออกได้เป็น 2 ชนิด ดังนี่

1 แสงจากธรรมชาติ คือแสงจากดวงอาทิตย์นั่นเองแหละ การถ่ายภาพส่วนใหญ่แล้วก็อาศัยแสงจากดวงอาทิตย์เป็นหลักอยู่แล้วเพราะฉะนั้น มือกล้องไม่ว่ามือสมัครเล่นหรือมือโปรต่างก็คุ้นเคยกันดี คุณรู้หรือไม่ว่าแสงจากดวงอาทิตย์มีสีแตกต่างกัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในแต่ละวัน เช่น ช่วงเช้าตรู่ ช่วงสายๆ ช่วงเที่ยง ช่วงพลบค่ำ เป็นต้น ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์นี้เราไม่สามารถควบคุมให้มีทิศทางหรือแม้แต่สีได้ตามต้องการเลย แต่สิ่งที่เราทำได้ในการเลือกสีหรือทิศทางคือ การเลือกช่วงเวลาและทิศทางของการถ่ายภาพแค่นั้นเอง

แสงกับการถ่ายภาพ มือใหม่จะต้องรู้

โดยปกติแล้วการถ่ายภาพภายใต้แสงธรรมชาตินี้ มักจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เนื่องจากการปรับตั้งค่าสมดุลสีขาวของกล้องสามารถทำได้ง่ายและมีความแม่นยำค่อนข้างมาก แสงมีความสว่างที่เพียงพอไม่มีความซับซ้อนมากเกินไป ภาพที่ได้จากการถ่ายภาพภายใต้แสงอาทิตย์หรือแสงธรรมชาติจะมีความสดใส ให้อารมณ์ของภาพที่เป็นธรรมชาติเป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายจะคุ้นเคยกับการถ่ายภาพภายใต้แสงอาทิตย์หรือแสงธรรมชาติ เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาที่พบอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมแสงและทิศทางได้ตามต้องการ เช่น ในบางครั้งก็แดดจัดเกิน แต่บางทีก็มีเมฆมาบัง ทำให้แสงอ่อนไป เอาแน่เอานอนไม่ได้

บางสถานการณ์แสงแดดมีความแรงมาก เช่น ในช่วงกลางวัน หรือเที่ยงวัน ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติแข็งกระด้างเกินไป ขาดมิติและขาดความน่าสนใจ หรือหากถ่ายในช่วงเช้าตรู่หรือตอนพลบค่ำ แสงก็จะน้อยซึ่งในการถ่ายจำเป็นจะต้องถ่ายภาพด้วยสปีดชัตเตอร์ต่ำๆ เพื่อให้สามารถรับแสงได้มากขึ้น ภาพที่ได้ก็จะมีโอกาสเบลอได้เช่นกัน

ดังนั้นผู้เขียน ขอแนะนำให้ท่านสังเกตสภาพแสงของแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา และวางแผนล่วงหน้าไว้ และเตรียมอุปกรณ์เสริมต่างๆ ช่วยในการถ่ายภาพในสภาวะต่างๆ ให้พร้อม เพื่อจะได้ภาพในช่วงเวลาต่างๆ ได้อย่างราบรื่น และไม่พลาดซ็อตสำคัญๆ ไป

2 แสงประดิษฐ์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแสงประดิษฐ์ ก็คือเกิดจากการทำขึ้นมาของมนุษย์ เช่น แสงจากหลอดไฟ โคมไฟ แสงนีออนจากป้ายโฆษณา แสงจากพรุ แสงเทียน แสงเฟลช เป็นต้น ซึ่งแสงเหล่านี้ก็จะมีอุณหภูมิสี และความสว่างที่แตกต่างจากแสงของดวงอาทิตย์ บางอย่างก็มีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า เช่น แสงจากหลอดไฟ แสงจากเทียน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 1800-3000 k

การถ่ายภาพภายใต้แสงประดิษฐ์เหล่านี้ หากเป็นการถ่ายโดยที่เราไม่ได้จัดเตรียมแสงไว้ คือเป็นการถ่ายโดยทั่วไป เช่นการถ่ายตามท้องถนนตอนกลางคืน ถ่ายงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ ในอาคาร หรือสำนักงาน ซึ่งเราไม่ได้จัดเตรียมไว้ เราจะไม่สามารถควบคุมทิศทางและความแรงของแสงได้ มักต้องใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำๆ เพื่อเปิดรับแสงให้นานขึ้น สิ่งที่ต้องระวังตามมาคือเรื่องของภาพเบลอ

แต่ถ้าหากเราถ่ายในสตูดิโอ หรือสถานที่ที่เราจัดเตรียมการใช้แสงไว้ เราสามารถควบคุมทิศทาง และความแรงของแสงได้ ซึ่งแสงจะมีความแรงและทิศทางที่แน่นอน ตามที่เราต้องการ ปัญหาดังกล่าวก็จะไม่ค่อยมี ที่เหลือก็เป็นความสามารถและเทคนิคส่วนตัวของมือกล้องแล้ว

แสงจากหลอดไฟ

ทิศทางของแสง

ต่อมาเรามาเรียนรู้ทิศทางของแสงกัน เพราะแม้ว่าแสงที่มีแหล่งกำเนิดมาจากที่เดียวกันแต่หากว่ามีทิศทางที่แตกต่างกันจะส่งต่อมิติของภาพ หรืออารมณ์ของภาพได้ ดังนั้นในการถ่ายภาพไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพ สิ่งที่ควรพิจารณาอีกอย่างคือความเหมาะสมของทิศทางของแสง โดยเราสามารถแบ่งทิศทางของแสงออกเป็น 4 ทิศทางใหญ่ๆ ดังนี้

1 ทิศทางแสงบน คือแหล่งกำเนิดแสงจะอยู่บนหัวเราหรือมุมสูงนั่นเอง ยกตัวอย่าง การถ่ายภาพในตอนกลางวันดวงอาทิตย์จะอยู่ด้านบนหัวเราแสงที่ออกมาจะมีความเข้มสูงและกระจายเต็มพื้นที่ และจะทำให้เกิดเงาตกกระทบทางด้านล่างของวัตถุ แสงในทิศทางนี้ไม่เหมาะในการถ่ายภาพคนเพราะว่าจะเกิดเงาบริเวณใต้ตา ปาก และจมูก การถ่ายภาพที่เหมาะสมกับแสงในทิศทางนี้ เช่น การถ่ายภาพกิจกรรมทั่วๆ ไป เช่น การแสดงต่างๆ ภาพการแข่งขันกีฬา เนื่องจากแสงจากทิศทางดังกล่าวจะมีความแรงและมักจะไม่ถูกบดบังจากวัตถุอื่นๆ

2 ทิศทางแสงข้าง หมายถึงทุกทิศทางที่มาจากทางด้านข้าง ไม่ว่าจะมาตรงๆ หรือเฉียงก็ตาม แสงที่มาจากด้านข้างนี้ จะทำให้ภาพมีมิติ แต่จะทำให้เกิดแสงเงาทางด้านตรงข้ามของแสง คือถ้าแสงมาด้านซ้ายก็จะเกิดเงามืดทางด้านขวานั่นเอง มือใหม่ควรระวังในจุดนี้ด้วย

สำหรับแสงข้างเหมาะสำหรับการถ่ายภาพหลายประเภท อาทิ เช่น การถ่ายภาพคน การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ วัตถุ สิ่งของ หรือภาพแบบมาโคร เพราะแสงจะทำให้วัตถุดูมีมิติ ไม่เรียบแบนจนเกินไป

สิ่งที่ต้องระวัง คือเรื่องเงาตกกระทบในด้านตรงข้ามของแสง แนะนำให้ใช้รีเฟล็กซ์สะท้อนแสงบางส่วนกลับไปเพื่อลบเงามืด วิธีการนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงาได้

3 ทิศทางแสงด้านหน้า แสงจะมาทางด้านหลังของวัตถุที่เป็นแม่แบบ หรือถ้าเรียกเป็นคำพูดที่เราค้นเคยกันดีก็คือ ทิศทางย้อนแสง นั่นเอง จะเป็นการถ่ายภาพย้อนแสง ซึ่งโดยปกติแล้วการถ่ายถาพย้อนแสงจะทำให้ภาพไม่สวย หน้าจะมืด หรือวัตถุหรือแม่แบบจะกลายเป็นเงาดำ จะเห็นเป็นแค่รูปร่างของวัตถุที่ตัดกับแสงจากท้องฟ้าด้านหลัง

การถ่ายภาพย้อนแสง มีเทคนิคในการถ่ายให้ภาพออกมาดูสวยงามได้เช่นกัน โดยใช้แสงแฟลชหรือใช้รีเฟล็กซ์ ช่วยเปิดเงามือของวัตถุหรือแม่แบบ แสงทางด้านหลังก็จะทำให้วัตถุหรือแม่แบบดูเด่นขึ้นมา นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถจัดตำแหน่งให้ด้านหลังของตัวแบบมีแสงลอดออกมาตามไรผม ภาพที่ได้ออกมาก็จะดูสวยงามแปลกตาไปกว่าการถ่ายภาพแบบปกติ

4 ทิศทางแสงด้านหลัง คือทิศทางของแสงจะเข้ามาทางด้านหน้าของตัวแบบหรือวัตถุ หรือทิศทางตามแสง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทั่วไป เช่น การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพคน เมื่อถ่ายออกมาแล้วจะให้ภาพที่เห็นรายละเอียดต่างๆ ของวัตถุครบทุกส่วนชัดเจน ไม่เกิดเงาทางด้านหน้า เงาจะไปตกอยู่ทางด้านหลังแทน 

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *